[Tutorial] How 2 Translate Manga แบบฉบับ iAmClaz.Net~
สวัสดีครับทุกคน ผมคิดมากตั้งนานแล้วนะว่าอยากจะเขียนบทความที่เป็นประโยชน์กับคนอื่นบ้าง นั่นคือจุดประสงค์หนึ่งของการก่อตั้งเวปนี้ครับ ว่าแล้วก็มาเริ่มกับ How to translate Manga แบบฉบับ iAmClaz.Net กันเลยครับ ซึ่งออกตัวไว้ก่อนเลยว่าผมไม่ได้เก่งขนาดจะไปสอนอะไรใคร ไม่ได้ทำงานทางด้านนี้ หรือเคยแปลอะไรมาเท่าไหร่ครับ เพียงแต่อยากจะแชร์ความรู้ที่ได้จากการแปลมังกะมาในระยะหนึ่งครับ หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อทุกคน
โดยบทความนี้จะรวมไปด้วย แนวคิด มุมมอง ข้อแนะนำ และ เทคนิค ในการทำงานแปลเอกสารครับ (แต่เน้นไปทางมังกะ) อยากจะโพสบทความนี้ตอนปีใหม่เหมือนกันแหะแต่ท่าจะไม่ได้โพสแล้วเพราะยังมีส่วนอื่น ๆ ต้องทำอีก … ก็จะโพสวันที่ 31 ธ.ค. 2551 นี้ละกันครับ ว่าแล้วก็มาดูกันดีกว่าว่าเป็นยังไง!
.
.
หัวข้อภายในบทความนี้ประกอบไปด้วย
- 1.ขั้นแรกของการแปลมังกะนี่คือสิ่งที่เราต้องมี (หน้า 1)
- 2.ขั้นตอนในการดำเนินงาน (หน้า 1)
- 3.การเตรียมไฟล์ทรัพยากรณ์ (หน้า 2)
- 3.1 วิธีการเตรียมไฟล์มังกะให้มีความสว่างที่ชัดเจนขึ้น (หน้า 2)
- 3.2 การสร้างชุดคำสั่งสำหรับแก้ไขรูปภาพที่มีลักษณะเหมือน ๆ กัน (หน้า 3)
- 4.การแปล (หน้า 4)
- 5.การตรวจสอบคุณภาพงาน (หน้า 4)
- 6.การตกแต่งและจัดรูปแบบงาน (หน้า 5)
- 6.1 การเซฟไฟล์รูปภาพ (Export) (หน้า 5)
- 6.2 เซฟไฟล์รูปภาพอย่างมีประสิทธิภาพด้วย Save for Web & Devices (หน้า 6)
ขั้นแรกของการแปลมังกะนี่คือสิ่งที่เราต้องมีครับ
รู้จักแนวของตัวเอง : ข้อนี้สำคัญมากครับ เนื่องจากเวลาแปลมังกะที่ตนเองชอบและสนใจจะทำให้เราไม่รู้สึกเบื่อ และเข้าถึงเนื้อหาได้อย่างเป็นธรรมชาติครับ และยังมีโอกาสที่จะเลือกใช้คำที่เหมาะ! สำหรับมังกะนั้น ๆ อีกด้วย ผมคิดว่า “มังกะที่คุณเลือกแปลเป็นยังไง ตัวคุณก็เป็นยังงั้น” ครับ อย่างผมชอบแนว ๆ ออกเด็กเกเรหน่อย ๆ ก็จะเลือกเรื่องที่เป็น School Life, Comedy เป็นต้นครับ
ความรู้ : แน่นอนครับว่าขึ้นชื่อว่า “การแปล” แล้วย่อมต้องผ่านกระบวนการ “แปล” จากทั้งสองภาษา (ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น -> ไทย หรือ อังกฤษ -> ไทย) เราอาจจะเลือกเรื่องง่าย ๆ ที่ไม่ซับซ้อนมากมาแปลก่อนก็ได้ครับ โดยเฉพาะเรื่องสั้นจะเหมาะสำหรับมือใหม่มาก เนื่องจากมีโอกาสที่จะใช้ศัพท์แสงที่แปลยากน้อยมาก เพราะต้องการให้ผู้อ่านสามารถอ่านแล้วเข้าใจได้ง่ายสมกับเป็นเรื่องสั้นนั่นเอง
ทรัพยากรณ์ที่ต้องใช้ : แน่นอนว่าการจะแปลมังกะดี ๆ ซักเรื่อง แค่ความชอบและความรู้ไม่อาจทำให้ผลสำเร็จนั้นสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ มือเครื่องมือและอุปกรณ์อันได้แก่ ฟอนต์ตัวหนังสือที่ไม่ว่าจะคำพูดหรือตัวอักษรศีล_รรมแบบไหน เราก็หามาใส่ได้, โปรแกรมแต่งภาพที่มีฟังก์ชั่นเพียงพอต่อการแต่งภาพ และที่ขาดไม่ได้เลยคือ RAW Manga หรือต้นฉบับมังกะของเรานั่นเอง
ความพยายามและการบริหารขั้นตอนอย่างมีระเบียบ : อาจจะดูโอเวอร์เกินไปบ้างแต่การวางแผนงานจะเพิ่มประสิทธิภาพให้งานและทำให้งานเสร็จเร็วขึ้น ซึ่งสาเหตุที่เราทำงานอะไรก็ตามแล้ว “หมดไฟ” ก่อนที่งานจะเสร็จอยู่เสมอ ๆ เป็นเพราะเรารู้สึกได้ว่า “ทำเท่าไหร่ก็ไม่คืบหน้าซักที” นั่นเอง ซึ่งการวางแผนเพื่อให้ทราบว่างานของเราคืบหน้าไปถึงไหนแล้วประกอบกับความพยายามที่จะทำงานส่วนนั้นให้สำเร็จคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำอะไรซักอย่างครับ
.
.
ขั้นตอนในการดำเนินงาน
หลังจากที่ทราบแล้วว่าในการดำเนินงาน ๆ หนึ่งนั้นจะต้องเตรีัยมการอะไรบ้าง เราก็จะมาดูถึงขั้นตอนในการดำเนินงานหลังจากที่เราได้เตรียมตัว (อุปกรณ์) และเตรียมใจ (ประกายไฟแห่งวัยรุ่น!) ครับ ซึ่งผมจะแบ่งออกเป็น 4 ช่วงสั้น ๆ คือ
- 1.เตรียมไฟล์มังกะให้พร้อม (Preparing Resources) : ซึ่งในขั้นตอนนี้จะรวมตั้งแต่หาไฟล์ RAW Manga มาและทำการลบคำพูด คำบรรยายที่เราต้องการจะแปลแทนที่ออกไป ถ้าบางไฟล์จำเป็นต้องปรับความคมชัดหรือระดับแสงด้วยก็ขอให้ทำในขั้นตอนนี้ให้เรียบร้อยพร้อมที่จะแปลในขั้นตอนต่อไปครับ และแน่นอนว่าตอนลบคำพูดในแต่ละไฟล์ออกเนี่ยให้สำรองไฟล์ไว้ด้วยนะ เดี๋ยวไม่มีอะไรเอาไว้ใช้อ่านตอนแปลครับ
- 2.แปลด่วน (Speedy Translate) : ตามชื่อหัวข้อครับ ในขั้นตอนนี้เราจะเปิดโปรแกรมสำหรับดูภาพมังกะที่มีคำแปลเป็นภาษาต้นฉบับไว้แล้วและ Photoshop ครับ จากนั้นก็ทำการแปลให้ได้ใจความต่อเนื่องที่สุด โดยกด Alt + Tab สลับไปมาระหว่างสองโปรแกรม และเราจะพิมพ์เนื้อหาที่เราแปลเป็นไทยลงไปเท่านั้นครับ ยังไม่จัดตำแหน่งหรือปรับขนาดตัวอักษร ในขั้นตอนนี้ขอให้แปลเพียงอย่างเดียวครับ การแต่งตัวหนังสือหรือจัดตำแหน่งคำเราจะทำทีหลังนะครับ เพื่อให้มีความต่อเนื่องมากขึ้นและแบ่งประเภทงานที่เรากำลังทำให้ชัดเจนว่า กำลังแปลหรือจัดตำแหน่งครับ ทำให้เราไม่เสียเวลาสลับเครื่องมือระหว่าง Text หรือปรับขนาดตัวอักษรด้วย
- 3.ตรวจสอบคุณภาพงาน (Quality Assured) : หลังจากที่แปลเสร็จแล้วก็ขอให้เซฟไฟล์เป็นรูปภาพแยกลงไว้ในแฟ้มเลยนะครับ แล้วลองไล่อ่านตั้งแต่หน้าแรกเลยว่าในแต่ละช่อง / หน้าที่เราแปลนั้นมีความต่อเนื่องและได้ใจความพอรึยังครับ ถ้ายังก็ให้กลับไปแก้เฉพาะหน้านั้น ๆ ที่เราเห็นว่า “ไม่เข้ากัน” ทันทีครับ ในขั้นตอนนี้เราอาจจะเอาให้เพื่อนของเราดูด้วยก็ได้ว่ามันโอเคแล้วรึยัง เพื่อให้ข้อผิดพลาดน้อยลงครับ
- 4.จัดตำแหน่งของงานเตรียมส่งออก (Layout) : เมื่อเนื้อหาเข้าที่เข้าทางแล้วเราก็จะมาจัดรูปแบบตัวอักษรและตำแหน่งของคำพูดกันครับ ซึ่งจะมีการแนะนำเทคนิคในขั้นตอนต่อไปครับ
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
หน้าต่อไปอยู่ด้านล่างนี้นะครับ Pages: 1 2 3 4 5 6 7 ต้องสังเกตุกันหน่อยงิ =w=”a
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
เทคนิคในการเตรียมไฟล์ทรัพยากรณ์
ขณะที่เราทำงานอะไรก็ตาม ถ้ามีเครื่องไม้เครื่องมืออยู่ใกล้ ๆ พร้อมที่จะช่วยเหลือเรา ก็สามารถทำงานได้เต็มที่ ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 3 ส่วนครับ หลัก ๆ ครับได้แก่
- 1.RAW Manga หรือไฟล์ต้นฉบับนั่นเองครับ ยิ่งชัดมากเท่าไหร่ยิ่งดี เพราะถ้าไฟล์ต้นฉบับมีความละเอียดน้อยหรือขนาดเล็ก เวลาแต่งภาพหรือยัดตัวหนังสือมันจะยุ่งยาก ลำบากมากครับ ยิ่งเป็นเรื่องที่มีเนื้อหามาก ๆ นี่ แปลกันแต่ละหน้าทีนี่ถึงตาย … ลองนึกถึงเมดกายหรือ Get Backer ก็ได้ครับ ช่องนึงนี่เพียบไปด้วยตัวอักษร – -”a แนะนำให้หาดาวน์โหลดไฟล์ต้นฉบับจากเวปที่แจก Raw โดยตรงครับเพราะมักจะได้ภาพที่มีขนาดใหญ่ เอาตัวหนังสือยัดเข้าไปได้อย่างง่ายดาย แล้วสุดท้ายค่อยย่อขนาดทั้งหมดลงครับ สามารถหา RAW ดี ๆ ได้ตามเวปไซต์นอกครับ เช่น http://mangahelpers.com และบางครั้งเราอาจจะเซ็งว่าทำไมมังกะบางเรื่องหาต้นฉบับดี ๆ ไม่ได้เลย นั่นอาจจะเป็นเพราะต้นฉบับมาจากนิตยสารรายเดือนหรือสัปดาห์ ซึ่งมันไม่ได้มาจากหนังสือรวมเล่มที่คุณภาพกระดาษดีกว่า ก็ทำใจครับ … และเวปจำพวก Manga Online มักจะเป็นตัวเลือกสุดท้ายของมังกะที่หา RAW ดี ๆ ไม่ได้ – -”a เช่น http://www.onemanga.com ครับ (ไปมาบ่อย ๆ เหมือนกัน)
- 2.Font คือตัวหนังสือที่เราใช้การงานแปลครับ … บางครั้งเราอาจจะเลือกฟอนต์จากเครื่องของเรามาใช้ก็ได้ครับ แต่ถ้าใครต้องการฟอนต์แปล ๆ ใหม่ ๆ ที่เหมาะสมกับแนวของมังกะนั้น ๆ ก็สามารถค้นหาเพิ่มเติมได้ครับ ซึ่งสำหรับฟอนต์ไทยผมแนะนำ http://www.f0nt.com ครับ มีฟอนท์ดี ๆ ของคนไทยทำเองมากมายเป็นฟรีฟอนต์ครับ (โดยส่วนตัวแล้วผมชอบฟอนต์ iannnn นะครับเพราะอ่านง่ายดี และเข้ากับแนวที่ผมแปลด้วย!) โดยฟอนต์ที่นำมาใช้ควรจะมีลักษณะที่อ่านง่ายและมีคุณภาพ … อาจจะงงกันว่าคุณภาพนี้หมายถึงอะไร ในที่นี้ก็คือความสามารถปรับลดขนาดของฟอนต์แล้วพวกสระลอยไม่หดหรือมีปัญหาครับ ยกตัวอย่างเช่นฟอนต์ภาษาไทย BrowalliaUPC ใน PTS CS3 เมื่อมีขนาดตั้งแต่ 24 ลงไปจะเริ่มมีอาการ “ซ้อน” กันของสระลอยครับ ควรจะเลือกฟอนต์ให้ดีก่อนเริ่มแปลนะครับ เพราะเวลาแก้ทีนี่ทั้งตอนเลย แก้กันยาวทีเดียว
- 3.Program/Tools อันนี้ก็คือโปรแกรมที่เราใช้ ลบคำพูดหรือคำบรรยาย ปรับความสมดุลของภาพ พิมพ์ Text และตกแต่งครับ ในบทความนี้ผมจะใช้ Adobe Photoshop CS3 เป็นตัวสาธิตครับ ซึ่งคิดว่าหลาย ๆ คนก็คงใช้โปรแกรมของตระกูลนี้เหมือนกันก็จะไม่ลงลึกมาก
.
วิธีการเตรียมไฟล์มังกะให้มีความสว่างที่ชัดเจนขึ้น
แรกเริ่มขอให้ดูภาพ Before กับ After ก่อนนะครับ จะสังเกตุได้ว่าภาพทางขวาชัดและมีน้ำหนักกว่า … ซึ่งแล้วแต่ผู้แปลครับว่าต้องการให้ภาพออกมาในแนวไหน สำหรับผมคิดว่าภาพที่ชัดเจนจะเหมาะมากกว่าครับ เพราะดูได้ง่ายกว่า
(คลิกที่ภาพเพื่อขยายใหญ่ได้)
เื่มื่อเห็นตัวอย่างแล้วก็มาลองดูที่วิธีการกันนะครับ ซึ่งในที่นี้ผมจะใช้โปรแกรม Adobe Photoshop CS3 ในการสาธิตครับ
1.เปิดโปรแกรมขึ้นมาและปลดล็อค Layer ของรูปภาพก่อนนะครับ โดยการดับเบิ้ลคลิกที่ชื่อ Layer เหมือนในภาพนะครับ แล้วจะมีหน้าต่างเล็ก ๆ ขึ้นมาก็ให้กด OK ครับ เพียงเท่านี้ตัวแม่กุญแจที่เป็นสัญลักษ์ของการล็อคก็จะหายไป
2.จากนั้นกด Ctrl + L เพื่อให้ PTS เรียกคำสั่ง Level ขึ้นมาครับ หรือจะเข้าทางทางเมนู Image > Adjustments > Level ก็ได้ครับ จากนั้นให้สังเกตุ
- A : คือตำแหน่งที่อ่อนแสงที่สุดครับ ถ้าย้ายไปทางขวามากเท่าไหร่ ภาพโดยรวมก็จะยิ่งมืดขึ้นเท่านั้น
- B : ตำแหน่งที่ภาพจะปรับความสมดุลระหว่างแสงสว่างและความมืดครับ … ถ้าอิงไปทางซ้ายมากภาพก็จะมีสีที่สว่างขึ้นและรายละเอียดที่เป็นรอยเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็จะถูกแสงสีขาวกลบครับ ถ้าต้องการเน้นแสงให้เส้นชัดขึ้นก็เลื่อนไปทางขวาครับ
- C : คือตำแหน่งที่กำหนดความืดสูงสุดของภาพครับ ซึ่งปกติแล้วเราจะปรับจุด A และ C ให้เข้าใกล้จุด B ในระดับหนึ่งแล้วจากนั้นจะขยับจุด B ตามตำแหน่งความสว่างของแสงที่พอเหมาะครับ
การสร้างชุดคำสั่งสำหรับแก้ไขรูปภาพที่มีลักษณะเหมือน ๆ กัน
บางครั้งเราอาจจะต้องปรับแสง ปรับขนาดของรูปภาพทั้งหมดที่มีด้วยกันหลายภาพ … ถ้ามานั่งทำทุกขั้นตอนทุกภาพล่ะก็ หลับแน่ ๆ ซึ่งในส่วนนี้ PTS สามารถสร้างชุดคำสั่งสำหรับทำงานซ้ำ ๆ กันได้ครับ (เรียกว่า Action)
ตัวอย่างการใช้คำสั่ง Action โดยในตัวอย่างจะเป็นการสร้างชุดคำสั่งสำหรับปรับความสว่างของภาพ โดยจะทำการคัดลอกภาพให้เป็น Layer ใหม่ขึ้นมาก่อนแล้วทำการแก้ไขภาพบนซึ่งเริ่มต้นดังนี้
1.เปิดไฟล์รูปภาพที่ต้องการ … ดับเบิ้ลคลิกที่ Layer ของภาพเพื่อปลดตัว Lock ออก (กด OK) ถ้าไม่ปลดล็อคออกก่อนบางคำสั่งที่เราใช้จะไม่สามารถใช้งานได้ เมื่อเรียกใช้ชุดคำสั่งแล้วมันก็จะทำเฉพาะคำสั่งที่สามารถทำได้เท่านั้น ซึ่งมันไม่ครบ! 2.คลิกเลือก Layer ที่เราต้องการ
3.สังเกตุสัญลักษณ์ของเครื่องมือ Action แล้วกดปุ่ม New ขึ้นมา โดยกำหนดชื่อ และปุ่มที่จะรันชุดคำสั่งดังกล่าวเมื่อเรียกใช้ ซึ่งในที่นี้ผมจะตั้งไว้เป็น F2 จากนั้นก็กดปุ่ม OK ครับ จากนี้ไปถ้าเราทำอะไรก็ตาม PTS ก็จะเก็บคำสั่งทั้งหมดที่เราทำเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นเลือก Layer สลับตำแหน่ง แก้ค่านู่นนี่ ดังนั้นขอให้ใช้เฉพาะคำสั่งที่เราต้องการจะรวมไว้ในชุดคำสั่ง … ถ้าเสียก็ลบ Action แล้วทำใหม่ได้ครับ … และเทคนิคนี้สามารถเอาไปประยุกต์ใช้กับงานอื่น ๆ ได้ครับ ผมว่าสะดวกมากสำหรับงานแต่งภาพ
4.เลือก Layer บนสุดแล้วทำการปรับค่าความสว่างโดยการใช้คำสั่ง Level (Ctrl+L) จากนั้นปรับตามภาพครับ
5.เมื่อปรับความสว่างเสร็จแล้วให้กดปุ่ม Stop ของ Panel Action (แถบเครื่องมือ Action) แล้วขั้นตอนการสร้างชุดคำสั่งก็จะสิ้นสุดลงครับ จากนี้ไปเราจะมาลอง “เรียกใช้ชุดคำสั่ง” นี้กับภาพอื่น ๆ นะครับ
6.เปิดไฟล์ภาพใหม่ขึ้นมาแล้วดับเบิ้ลคลิกที่ Layer เพื่อปลดล็อคออกครับจากนั้นก็กดปุ่ม F2 ที่เราเลือกไว้ แล้ว PTS ก็จะทำงานตามขั้นตอนให้เราครับ จะเห็นเป็นแว้บ ๆ เลยเพราะมันจะทำงานตามคำสั่งที่เราได้ตั้งค่าไว้เรียงละดับไปเลย! จริง ๆ แล้วเริ่มมาเราสามารถสร้างชุดคำสั่งแล้วดับเบิ้ลคลิกเพื่อปลดล็อค Layer ให้มันรวมไว้ในชุดคำสั่งได้ครับ
การแปล
การแปลมังกะนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดมี 2 อย่างครับคือ แปลให้ผู้อ่านเข้าใจเนื้อเรื่อง และแปลให้ถูกต้องตามเนื้อหาผู้แต่ง ซึ่งบางครั้งถ้าเราแปลจากภาษาอังฤกษแล้วรู้สึกว่ายังจับใจความไม่ได้ หรือคิดว่า “มันไม่เข้ากับช่องนี้เลย” ก็อาจจะใช้วิธีเนียน … คือพยายามแปลเองตามความเข้าใจแต่ให้ตรงเนื้อหาที่สุดครับ เพราะในบางครั้งทีมแปลจากต่างประเทศเองก็ไม่เข้าใจสำนวนของทางผู้แต่งเหมือนกันเราก็ใช้เซ้นส์กันหน่อย และข้อแนะนำอีกอย่างก็คือ พยายามอ่านคร่าว ๆ ก่อนในรอบแรก และเริ่มอ่านแบบเจาะลึกอีกครั้งในรอบที่สอง การอ่านแบบ อ่านไปแปลไป ทีละหน้า ๆ จะทำให้เรามีโอกาสสะุดุดคำแปลพวกสรรพนามหรือคำที่ใช้แทนคำเดิมได้ ในรูปตัวอย่างเราจะไม่รู้เลยว่า “Spares” ที่ตัวเอกพูดหมายถึงอะไร ถ้าไม่อ่านช่องด้านล่างมา บางทีเราก็จับใจความไม่ได้ ยิ่งหน้าต่อหน้าหรือพวกเกริ่นที่มีตัวหนังสือเยอะ ๆ เราอาจจะสับสนและปนกับมันได้ครับ
(คลิกที่ภาพเพื่อขยายใหญ่ได้)
เวปแปลคำศัพท์ : http://dict.longdo.com สำหรับบางคำที่ไม่รู้ … หรือไม่แน่ใจครับ … บางคำง่าย ๆ ที่เราใช้กันประจำแต่เวลาแปลแล้ว “เอ๊ะ! ทำไมถึงใช้คำนี้ในช่องนี้นะ” แปลว่ามันมีโอกาสที่จะมีหลายความหมายหรือเป็นสำนวนครับ ซึ่งตรงนี้ต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์และการตัดสินใจของเราว่าจะแปลยังไงให้เหมาะที่สุดครับ
การตรวจสอบคุณภาพงาน
การตรวจสอบคุณภาพของงานแปลมีอยู่ด้วยกัน 2 ส่วนคือ แปลครบ และแปลตรง ครับ ซึ่งสิ่งที่สำคัญของการแปลครบก็คือทุกส่วนได้มีการแปลแล้ว … พวกข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับขยายความที่ทางต้นฉบับมีมาให้เราก็ควรจะแปลด้วย ซึ่งเรื่องความครบถ้วนนี้ไม่มีอะไรมากนอกจากการเก็บรายละเอียดให้ครบ ส่วนการแปลตรงนั้น เมื่อเราแปลเสร็จแล้วทั้งหมด ก่อนที่จะดำเนินการจัดตำแหน่งตัวหนังสือและปรับขนาดให้อ่านคร่าว ๆ ก่อนว่าเนื้อหาสัมพันธ์และราบรื่นดีรึเปล่า โดยการพรีวิวแต่ละหน้า อ่านไปเรื่อย ๆ ถ้ารู้สึกติดขัดหน้าไหนก็รีบแก้ให้เข้ากับกระแสในช่วงนั้นทันที โดยเฉพาะคำที่เป็นชื่อหรือคำเรียกถ้าจำเป็นต้องแก้ในหน้าแรก ๆ และหน้าหลัง ๆ ด้วยให้จดไว้ใน Notepad ครับว่าจากคำนี้เป็นคำนี้จะได้ไม่ลืม เพราะถ้าลืมขึ้นมาจะทำให้ตัวละครกลายเป็นคนละคนได้ และทางที่ดีก็ควรจะเช็คแบบกระจายด้วย คือให้เพื่อน ๆ ช่วยกันตรวจสอบครับว่าสำนวนของเราเหมาะสมแล้วหรือยังก่อนที่จะนำไปเผยแพร่ … เช็คคำผิดด้วยเน้อ
การตกแต่งและจัดรูปแบบงาน
ก่อนที่เราจะนำงานของเราให้ชาวโลกได้มีโอกาสยลเป็นบุญตา … ว่าไปนั่น … เราก็ต้องตกแต่งและเก็บรายละเอียดของภาพมังกะทุกภาพให้เรียบร้อยซะก่อน โดยสิ่งที่ต้องระวังหลัก ๆ คือ ตัวหนังสือที่อ่านได้ยาก (ติดขอบและไม่อยุ่กึ่งกลางของช่องคำพูดหรือบรรยาย) หรือไฟล์รูปภาพมีขนาดใหญ่เกินพอดี เป็นต้นครับ ซึ่งในหน้านี้ก็จะมีอยู่ด้วยกัน 2 เรื่องคือ การเซฟไฟล์รูปภาพให้มีประสิทธิภาพ และการทำขอบให้ตัวหนังสือของเราครับ
การเซฟไฟล์รูปภาพอย่างมีประสิทธิภาพ (Export)
มังกะที่สามารถหาได้จากโลก Internet นั้นมีอยู่ด้วยกัน 2 ประเภทคือ Manga Online และ Download Manga ครับ แน่นอนว่ามีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดในหลาย ๆ ด้าน เริ่มจาก Manga Online นั้นมีไว้สำหรับอ่านบนเวปหรือพรีวิวโดยเฉพาะ ซึ่งเหมาะกับผู้ใช้ Internet ที่ชอบมังกะที่ Update ตลอดเวลา (หมายถึงตอนใหม่ออกมาเมื่อไหร่ ก็จะมีมังกะแปลออกตามมา) ซึ่งต่างจาก Download Manga ที่มักจะถูกดาวน์โหลดเพื่อเก็บสะสมภายในเครื่อง ดังนั้นคุณภาพของไฟล์ และความละเอียดจึงดีกว่า (และมีขนาดไฟล์ที่มากกว่าเช่นกัน) เราก็สามารถเลือกได้ระหว่าง “ความเร็ว” และ “ความสวยงาม” ครับ ซึ่งเวปของเรานั้นเน้นไปทาง Manga Online ครับ (ฮา) แบบว่ามันสร้าง Community ดีกว่าแบบ Download อะ
.
โปรแกรม PTS มีฟังก์ชั่นสำหรับการเซฟไฟล์รูปภาพโดยที่เราสามารถปรับค่าความคมชัดโดยอิงกับขนาดของภาพได้ครับ ชนิดของภาพที่ผมแนะนำให้เซฟคือ Jpg ครับเนื่องจากในความละเอียดใกล้เคียงกันภาพสกุล Jpg กินขนาดน้อยที่สุดครับ ว่าแล้วก็มาดูขั้นตอนการใช้ฟังก์ชั่นนี้กันครับ
1.เริ่มจากมีภาพที่ทำการแปลและจัดตำแหน่งทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว (สมมุติ)
2.ไปที่ File > Save for Web & Devices หรือกด Hotkey Ctrl + Shift + Alt + S ก็ได้ครับ
3.แล้วโปรแกรมก็จะขึ้นหน้าจอสำหรับเซฟไฟล์แบบ Web & Devices โดยจะมีส่วนประกอบสำคัญดังนี้ครับ
A : Tab สำหรับเลือกลักษณะการปรับคุณภาพของไฟล์ B : กลุ่มเครื่องมือสำหรับเลือกประเภทของไฟล์ที่ต้องการจะส่งออกและปรับคุณภาพ C : ภาพที่ผลลัพท์ของเราและขนาของไฟล์ภาพ4.ปรับส่วน B ให้เป็น Jpg สังเกตุข้อ 5 (ด้านล่าง) ให้สัมพันธ์กันระหว่าง Quality : 60 และขนาด 73.84K (ขนาดของภาพ) Quality ยิ่งน้อยขนาดของภาพก็ลดน้อยตามครับ
5.จากนั้นให้สังเกตุที่จุด C ที่บอกขนาดของไฟล์รูปภาพ สำหรับ Manga Online พยายามปรับให้ขนาดของภาพอยู่ประมาณ 150-180K ครับ แต่การทำ Download Manga เราสามารถปรับ Quality 100 ได้เลยครับ (ถ้าเป็นภาพแบบ Jpg จะมีขนาดราว ๆ 300K – 500K ขึ้นอยู่กับขนาดและความละเอียดของภาพอีกที)
6.เมื่อเรียบร้อยแล้วก็กดปุ่ม Save เป็นอันเสร็จพิธีครับ ซึ่งขั้นตอนการปรับค่าของแต่ละภาพนั้น สามารถทำเป็น Action ได้ครับ … คือถ้าเราสร้าง Action ที่จะเซฟไฟล์และตั้งค่าอัตโนมัติแล้ว เมื่อเราเปิดไฟล์ PSD (ไฟล์นามสกุลเฉพาะของ PTS) เราก็สามารถรัน Action ได้เลย
การใส่ขอบให้กับตัวหนังสือของเรา
จะสังเกตุว่าบางครั้งเราจำเป็นต้องใส่ขอบให้ตัวหนังสือด้วย ขอให้ดูตัวอย่างจากภาพแล้วจะเข้าใจง่ายขึ้นครับ
จะสังเกตุได้ว่าถ้าเราไม่ทำขอบ เราก็ต้องใส่สีให้กับตัวหนังสือแทน (ไม่งั้นอ่านไม่ออก) ส่วนวิธีการใส่กรอบนั้นขั้นตอนก็ไม่ยากครับ
1.เริ่มจากเลือก Layer ที่เป็นตัวหนังสือไว้ก่อน
2.จากนั้นสังเกตุปุ่มด้านล่างที่เป็นตัวหนังสือ fx ครับ ปุ่มนี้คือปุ่มรวบรวมคำสั่งที่จะตกแต่ง Layer ดังกล่าวในหลาย ๆ แบบครับ (เรียกได้ว่าสามารถปรับแต่ง Style ของ Layer นั้น ๆ ได้)
3.เมื่อเลือกคำสั่ง Stroke ไปแล้ว PTS จะขึ้นหน้าต่างดังกล่าวขึ้นมา โดยที่จะสังเกตุเห็นวงกลม 2 วงนะครับ วง A คือเลือกสีที่จะมาเป็นขอบให้กับตัวหนังสือครับ และวง B คือขนาดของขอบ (โดยส่วนตัวแล้วแนะนำให้ใช้ขนาดขอบ 2 ครับค่าปกติจะเป็น 3 แต่มันใหญ่เกินไป)
4.จากนั้นกด OK ครับ ก็จะได้ผลลัพท์ตามภาพที่ปรากฏด้านล่าง … ปล.ภาพนี้เป็นตัวเพียงอย่างเท่านั้นนะครับ
หน้าสุดท้าย : สั่งเสีย!
ขอให้แปลมังกะด้วยความสนุกสนานนะครับ … หนทางหนึ่งกับการเริ่มต้นงานอดิเรกใหม่ ๆ ครับ ![]()
แล้วใครอยากจะเอาผลงานแปลมาลงที่เวปเราก็บอกได้นะครับที่ Shout Box ด้านขวามือเลยจะดีมาก ![]()
หรือจะเอาวิธีแปลไปบอกต่อก็ตามสบายนะครับ … แล้วเครดิตเค้าด้วยนะ ![]()
Tags: Claz Article, How2, iAmClaz.Net, Manga Online, Translate, Tutorial
4 Comments to “[Tutorial] How 2 Translate Manga แบบฉบับ iAmClaz.Net~”
Add Comments (+)-
บทความออกจะดี แต่ว่าอ่านยากไปหน่อยแฮะ
-
เพิ่งเห็นนะนี่ ดีเลยกำลังอยากจะลองทำดูมั่ง ไว้เริ่มเชี่ยวแล้วจะเอามาโชว์ให้ดูก้อแล้วกันนะคับ
-
ได้เขียนใหม่แน่ ๆ ครับ (ฮา)
ตอนนั้นรีบไปหน่อย แถมยัดเกิน ๆ ขาด ๆ =w=”aตอนนี้เริ่มเข้าใจบ้างแล้ว ก็จะตั้งใจเขียนให้ดีครับ

























มีประโยชน์มากเลยครับ แต่ทำไมหน้าถัดไปมันตัวจี๊ดเดียวเอง ฮ่าๆๆ